ตลอดปีที่ผ่านมาได้สรรหาบทความทั้งทำเองและหามาให้อ่าน นั้นมีเยอะมาก เมื่อครบ 2 ปีเราจึงอยากจะทำอะไรให้มันดีขึ้น ต่อไปนี้เราจะปรับปรุง Blog ใหม่ ให้ใช้ง่ายและตัดหน้าเพจบางส่วนออกเพื่อให้ดีและเนื้อหาเหมาะสมครับ
จึงขอปรับปรุงเว็บใหม่ :)
ไม่มีหมวดหมู่
เมื่อ 2 บริษัทนั้น ต่อสู้เรื่องความสามารถของ HD และดูๆ แล้วว่า คงจะจบยาก… :P

ใครจะคิดว่าแค่ปี 2009 ผู้ใช้อย่างเราๆ จะได้ใส่ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2 เทอราไบต์ในเครื่อง
ส่งท้ายปลายปี 2008 ซีเกทออกหมัดเด็ด ปล่อยฮาร์ดดิสก์ขนาด 1.5 เทอร์ราไบต์ ออกมาเป็นเจ้าแรก ซึ่งก็รอๆ กันอยู่ว่า Western Digital หรือ WD จะปล่อยฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุมากกว่า 1 เทอราไบต์ เมื่อไหร่ แต่ปีใหม่มาได้ไม่กี่วัน ซีเกทออกข่าวฮาร์ดดิสกรุ่น Barracuda 7200.12 ที่การปรับปรุง Perpendicular Recording ใหม่ ทำให้ใน 1 pallete (จาน) สามารถจุได้ถึง 500 กิกะไบต์ ความหนาแน่นเชิงพื้นที่ระดับ 329 กิกะไบต์/ตารางนิ้ว ทำให้ฮาร์ดดิสก์ขนาดหนึ่ง 1 เทอราไบต์ (รหัส ST31000523AS) ใช้เพียงแค่ 2 palette ทำให้มีอัตราการส่งข้อมูลได้สูงถึง 160-MB/s (maximum sustained data rate) และใช้กำลังไฟน้อยลง ซึ่ง ณ วันนี้ฮาร์ดดิสก์ 1 ตัวสามารถใส่ได้ 4 palette ดังนั้นคาดว่าคงจะได้เห็นฮาร์ดดิสก์ขนาด 2 เทอราไบต์ได้ในปีนี้
แต่พอยังไม่ทันจะข้ามเดือนมกราคม WD ประกาศขายฮาร์ดดิสก์สำหรับผู้ใช้ทั่วไปรุ่น Green รุ่นใหม่ขนาด 2 เทอราไบต์ (WD20EADS) ซึ่งการปรับปรุงที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ การเพิ่มแคชจากเดิม 16 เมกะไบต์มาเป็น 32 เมกไบต์ และเปลี่ยนมาใช้ Perpendicular Recording ใหม่ ทำให้ใน 1 pallete (จาน) สามารถจุได้ถึง 500 กิกะไบต์ เช่นเดียวกัน แต่จะมีความหนาแน่นเชิงพื้นที่ระดับ 400 กิกะไบต์/ตารางนิ้ว (มากกว่าของซีเกท) ทำให้ ณ วันนี้ WD กลายเป็นผู้ผลิตกลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำความจุฮาร์ดดิสก์ได้อีกครั้ง พร้อมกันในรุ่นใหม่นี้ยังทางเลือกความจุขนาด 1.5 และ 1.0 เทอราไบต์ อีกด้วย
มีหรือซีเกทจะนิ่งเฉย หนึ่งอาทิตย์ถัดมาต้นเดือนกุมภา ซีเกทประกาศเปิดตัวฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ขนาด 3.5 นิ้ว สำหรับในตลาดเอ็นเทอร์ไพรซ์ขนาด 2 เทอราไบต์ ในรุ่น Constellation ES พร้อมด้วยเทคโนโลยี PowerChoice ที่สามารถลดกำลังไฟได้ถึง 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางซีเกทบอกว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุ 3.5 นิ้วสำหรับเอ็นเทอร์ไพรซ์เพียงตัวเดียวในท้องตลาดด้วย แต่ถ้าอยากได้ความจุน้อยลงหน่อย ทางซีเกทก็จะมีขนาด 500 กิกไบต์ และ 1 เทอราไบต์ให้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามซีเกทไม่ได้บอกว่าจะจะมีวางจำหน่วยเมื่อไหร่
อย่างไรก็ตามการจะเปรียนเทียบว่าเทคโนโลยีของใครจะดีกว่านั้น คงต้องรอให้ทั้งคู่ ออกฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในระดับเดียวกันออกมาก่อนถึงจะบอกได้ เมื่อถึงเวลานั้นคงได้มีข้อมูลเปรียบมวยเรื่องนี้อีกที ศึกครั้งนี้แค่คงแค่ยกแรกเท่านั้น
ไม่มีหมวดหมู่
จากคำให้สัมภาษณ์ของ Tim Cook ผู้บริหารของแอปเปิลที่ขู่คู่แข่งว่าจะดำเนินการทางกฎหมายหากถูกละเมิด ลิขสิทธิ์ (จริงๆ ก็ไม่ได้ระบุชื่อแต่ฟังแล้วก็รู้แน่ว่าคือปาล์ม) ที่ผ่านมา (ข่าวเก่าโดยคุณ infernohellion: แอปเปิลขู่ Palm Pre จะไม่ยืนเฉย หากโดนละเมิดสิทธิ) วันนี้ปาล์มก็ออกมาให้สัมภาษณ์โต้กลับแล้วครับ
คุณ Lynn Fox ซึ่งเป็นผู้แทนจากบริษัทปาล์ม ได้ให้สัมภาษณ์กับ All Things Digital ว่า
บริษัทปาล์มเองก็มีผลงานที่เป็นนวัตกรรมมานานแล้ว ซึ่งสามารถดูได้จากสิทธิบัตรที่บริษัทเคยจดเอาไว้ นอกจากนี้ทุกคนในวงการก็ทราบดีว่าปาล์มมีสิทธิบัตรพื้นฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย และถ้าปาล์มจะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายแล้ว เรามั่นใจว่าเราก็มีเครื่องมือเพียงพอเหมือนกันที่จะปกป้องตัวเราเอง
สงครามน้ำลายนี้ท่าทางจะไม่จบง่ายๆ แฮะ เอ้า.. สาวกปาล์มมาเชียร์กันหน่อย
ที่มา: All Things Digital via Engadget แปลข่าวโดย Blognone
ไม่มีหมวดหมู่
มีรายงานเกี่ยวกับความปลอดภัยจากบริษัท Intego เกี่ยวกับโทรจันที่ถูกพบแฝงตัวมากับไฟล์ torrent ของ iWork ‘09 โดยโทรจันตัวดังกล่าวมีชื่อว่า OSX.Trojan.iServices.A ซึ่งเมื่อติดเข้าไปแล้วโทรจันตัวดังกล่าวจะพยายามติดต่อกับอินเทอร์เน็ตเอง และมีอำนาจในการอ่าน, เขียน, รันโปรแกรมเทียบเท่ากับ root และนอกจากนี้โทรจันดังกล่าวยังพยายามดาวน์โหลดไฟล์บางไฟล์มาเพิ่มเติมอีก ด้วย
โทรจันดังกล่าวจะอยู่ในแพคเกจที่ชื่อว่า iWorkServices.pkg เบื้องต้นพบว่ามีผู้ดาวน์โหลดไฟล์ torrent ที่มีโทรจันนี้ไปแล้วถึงกว่า 20,000 ราย สำหรับวิธีตรวจสอบเบื้องต้นทำได้จากการดูว่ามีรายการที่ชื่อ iWorkServices ใน /System/Library/StartupItems หรือไม่ และวิธีการแก้ไขเบื้องต้นสามารถดูได้จากที่ MacRumors
ใครที่ใช้ Mac. แล้วยังจะใช้ของเถื่อนก็ต้องระวังกันหน่อยน่ะครับ เพราะว่ายังมีคนหมั่นไส้ Mac อีกเยอะครับ ที่พยายามสร้างไวรัสทำลาย Mac อิอิ ก็นี่แหละน่ะที่ว่า ธนงตัวจนลืมบางสิ่งบางอย่าง :razz:
ที่มา: MacRumors, Intego, MacWorld
Blognone แปลข่าวครับ
ไม่มีหมวดหมู่
ผลประกอบการไตรมาสที่สี่ของปี 2008 จาก AMD ขาดทุนรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแย่กว่าที่นักวิเคราะห์ทางการเงินของวอลล์สตรีทคาดเอาไว้
AMD ขาดทุนติดต่อกันมา 9 ไตรมาสแล้ว โดยยอดขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ 1.77 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว (Q4 2007) สำหรับไตรมาส Q4 2008 รายรับลด 35% เทียบกับ Q3 2008
ถ้ารวมทั้งปีงบประมาณ AMD มีรายรับทั้งสิ้น 5.8 พันล้านดอลลาร์ ขาดทุนรวม 3 พันล้านดอลลาร์
สถานการณ์ด้านธุรกิจของบริษัทฮาร์ดแวร์ดูจะแย่กว่าซอฟต์แวร์มาก ก่อนหน้านี้อินเทลได้ประกาศผลประกอบการที่ย่ำแย่เช่นกัน (ข่าวเก่า) เพียงแต่อินเทลพื้นฐานเดิมดีอยู่เลยยังไม่ถึงกับขาดทุนเท่านั้น :shock:
แล้ว AMD จะโดนยุบไหมน่ะต้องติดตามตอนต่อไป นายแว่นคิดว่า… ถ้าสมมุติว่า AMD โดนยุบแล้ว Intel อยู่รอดนี่… เท่ากับว่าเราจะเสียเปรียบน่ะครับ เพราะจะเกิดการขาดแรงกระตุ้นในตลาด CPU ทำให้ขาดการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้เราเสียตังกันอีกน่ะครับ :smile:
ที่มา - CNET
ไม่มีหมวดหมู่
23 ม.ค. - เกือบ 2 สัปดาห์กับปัญหานำปลากระป๋องหมดอายุไปบริจาคชาวบ้านที่พัทลุง ซึ่งเจ้าภาพของงาน คือ เจ้ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังไม่สามารถตอบคำถามต่อสังคม ให้เกิดความกระจ่างได้จนอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ สั่นสะเทือนถึงเก้าอี้รัฐมนตรีได้ เพราะฝ่ายค้านอาจนำเรื่องนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจ
สำนักข่าวไทย รายงาน
ไม่มีหมวดหมู่
ไอซีทีเปิดอีเมล์ภาครัฐ อย่างเป็นทางการ หลังจากเปิดให้บริการไปแล้วตั้งแต่ 17ธ.ค.51 มีผู้ใช้งานแล้ว 100,380 ราย ฟรี ไอซีทีจ่ายแทน 250 บาท/คน/ปี เผยงบปีนี้ 25 ล้านบาท สำหรับ 100,000 คน และในปีหน้า 75 ล้านบาท ต่อผู้ใช้ 300,000 คน
ภาพประกอบบทความ
วานนี้ (14 ม.ค.51) นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เป็นประธานเปิดใช้ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กลางภาครัฐ (mail.go.th) อย่างไรก็ดีไอซีทีได้เปิดใช้อีเมลภาครัฐอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.51 นายสือ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้เข้ามาใช้งานแล้ว 100,380 ราย ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่ได้บังคับให้ทุกหน่วยงานใช้ หากหน่วยงานใดมีระบบเมล์กลางของหน่วยงานที่ดีอยู่แล้วก็สามารถใช้ได้ แต่ถ้าหน่วยงานไหนไม่พร้อมที่จะดูแลระบบไอทีเองก็สามารถแจ้งความจำนงมาที่ไอซีทีเพื่อขอใช้งานได้
ทั้งนี้ระบบอีเมลภาครัฐ จัดทำขึ้นเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาใช้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยไอซีทีจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในอัตราค่าบริการ 250 บาท/คน/ปี ในปี 2552 ไอซีทีจัดสรรงบประมาณไว้ทั้งหมด 25 ล้านบาท เพื่อรองรับ การใช้งาน 1 แสนราย และปี 2553 ไอซีทีตั้งงบประมาณไว้ 75 ล้านบาท เพื่อรองรับ การใช้งานเพิ่มอีก 3 แสนราย
การให้บริการอีเมลภาครัฐ เกิดจากมติครม.เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2550 ให้ข้าราชการและพนักงานของรัฐยกเลิกใช้ฟรีเมล์ของเอกชน โดยเฉพาะของต่างประเทศ เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสารภาครัฐ ซึ่งมติดังกล่าวเป็นสิ่งที่ข้าราชการต้องปฎิบัติตามแต่หากพบข้าราชการฝ่าฝืนก็ยังไม่มีบทลงโทษ
ดังนั้น พนักงานและข้าราชการของรัฐยังสามารถใช้ฟรีเมลในการติดต่อส่วนตัวได้ แต่สำหรับเอกสารและข้อมูลของราชการแล้วให้ส่งผ่านเฉพาะระบบอีเมลภาครัฐเท่านั้น หากข้าราชการหรือพนักงานคนใดฝ่าผืน ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลอย่างรัดกุม แม้จะไม่มีบทลงโทษจากมติ ครม.ก็ตาม ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขแสดงความจำนงขอใช้ถึง 2 หมื่นรายชื่อแล้ว ส่วนกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้ขอเข้ามา
สำหรับอีเมลภาครัฐเบื้องต้นไอซีที ดำเนินงานร่วมกับผู้ให้บริการ 3 ราย ได้แก่ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) ทีโอทีและกสท ซึ่งทั้ง 3 รายมีเซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเอง และให้พื้นที่ในการรับส่งข้อมูล 3 กิกะไบต์/ราย มีระบบป้องกันไวรัส สแปมเมล์ และเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ตามข้อบังคับของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550 ให้ด้วย รวมทั้งการจัดส่งข้อมูลสามารถกำหนดขั้นของความลับในข้อมูลได้ เพื่อให้ผู้มีสิทธิ์สามารถเปิดอ่านได้เท่านั้น และยินยอมให้ระบบล่มได้ไม่เกินปีละ 200 นาที
ไม่มีหมวดหมู่
Q:?: : อยากถามขอความเห็นจากคุณดังตฤณค่ะ ว่าชายหรือหญิงกันแน่ที่ควรเป็นฝ่ายให้ความอบอุ่นกับอีกฝ่าย เท่าที่เห็นจากความเป็นจริง ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ไม่ต่างจากผู้หญิง คือมีเวลาอยากเรียกร้องความเห็นใจ อยากได้คำปลอบโยน และเพศหญิงก็มักปลอบได้ดี เป็นความอบอุ่นได้ยิ่งกว่าเพศชายเสียอีก เพราะผู้หญิงจะมีความเห็นอกเห็นใจสูง และทนเหนื่อยปลอบได้นานๆ

ภาพประกอบ
เรื่องความสามารถในการปลอบนั้นไม่เกี่ยวกับชายจริงหรือหญิงแท้หรอกครับ เป็นหญิงไม่ใช่เครื่องหมายเรียกขอความสงสาร ขณะเดียวกันเป็นชายก็ไม่ใช่สัญลักษณ์ประกาศห้ามใครสงสาร สิ่งที่ทุกคนเป็นเหมือนกันคือมนุษย์ที่มีหัวใจ หัวใจที่ทำด้วยเนื้อ ถูกกระทบกระแทกแล้วบอบช้ำง่ายกว่าท่อนไม้หรือเหล็กไหล
นั่นหมายความว่าตอนอ่อนแอไม่มีหญิงไม่มีชาย มีแต่คนอ่อนแอให้เห็น และคนอ่อนแอก็สมควรได้รับการยกเว้นจากการซ้ำเติม ไม่น่าขัดเขินหากจะขอรับความช่วยเหลือบ้าง
แต่ความจริงทางธรรมชาติมีอยู่ นั่นคือธรรมชาติให้ขาที่แข็งแรงมากับเพศชาย สมควรที่จะล้มยากและลุกง่าย เหมือนธรรมชาติจะบอกเราว่า เป็นชายแท้นั้นหาใช่ว่าล้มไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดที่จะล้ม แต่ชายชาตรีที่แข็งแรงพอจะทำให้คนอื่นรู้สึกอบอุ่นได้อย่างแท้จริงนั้น คือคนที่ล้มแล้วลุกขึ้นได้ด้วยตัวเอง คนที่ล้มแล้วลุกเองได้อย่างสง่างาม จะเป็นที่พึ่งอย่างใหญ่ต่อไป
ส่วนผู้หญิง ถ้าล้มแล้วลุกได้เองก็ถือว่าเกินหญิง ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจที่หญิงจะเข้มแข็งได้เท่าชายแท้ ตราบเท่าที่ความเข้มแข็งของเธอนำมาซึ่งความอบอุ่นที่พร้อมจะเผื่อแผ่ไป หาใช่เข้มแข็งในแบบที่แปรเป็นความกระด้างชวนให้รู้สึกหนาวเย็นในภายหลัง
นั่นว่ากันเรื่องชายเรื่องหญิงนะครับ แต่สรุปคำตอบให้ตรงคำถามก็คือทั้งชายทั้งหญิงนั่นแหละควรทำตัวเป็นความอบอุ่นให้กับคนที่กำลังหนาว มนุษย์เป็นความอบอุ่นให้แก่กันและกันได้ เพราะต่างก็มีธาตุไฟในกาย และมีขันติในจิตด้วยกันทั้งสิ้นครับ
ที่มา : dungtrin.com
ไม่มีหมวดหมู่

ภาพของหน้าตาเครื่องผ่อนแรงเกษตรกร น่ะครับ (แหม๋อยากได้จริงๆ)
ชุดหุ่นยนต์เกษตรกรนี้ถูกเรียกว่า Wearable Agrirobot เป็นผลงานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการเกษตรโตเกียวหรือ Tokyo University of Agriculture and Technology ชุดต้นแบบมาในรูปหุ่นยนต์สวมใส่ได้ที่มีตัวช่วยผ่อนแรงเป็นมอเตอร์ 8 ตัวและเซนเซอร์อีก 16 จุด
ชุดต้นแบบยังมีขนาดหนักอยู่มาก น้ำหนักราว 25 กิโลกรัม ออกแบบมาเพื่อให้ผู้สูงวัยซึ่งปวดข้อปวดเข่าสามารถก้มหรืองอตัวเพื่อทำการเกษตรได้สะดวกขึ้น
ชุดหุ่นยนต์นี้จะช่วยรองรับน้ำหนักตัวบริเวณกล้ามเนื้อขา ทำให้ผู้สูงวัยไม่ปวดเมื่อยง่าย โดยการสาธิตพบว่าผู้ที่สวมชุดหุ่นยนต์นี้สามารถดึงรากไม้จากดินหรือเอื้อมมือปลิดผลส้มได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงมากเช่นปกติ
นักวิจัยแดนปลาดิบบอกว่าต้องการพัฒนาชุดหุ่นยนต์การเกษตรนี้เพื่อจำหน่ายให้ได้ในช่วงเวลา 2-3 ปีต่อจากนี้ เชื่อว่าสนนราคาจะอยู่ที่ระหว่าง 500,000-1,000,000 เยน (ราว 150,000-300,000 บาท)
นักวิจัยญี่ปุ่นเชื่อว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ซึ่งมนุษย์สวมใส่ได้จะถูกประยุกต์ใช้ในหลายอุตสาหกรรมในอนาคต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเกษตรซึ่งมีโอกาสเติบโตสูง นักวิจัยเชื่อว่าโอกาสนี้ชัดเจนมากในญี่ปุ่น ซึ่งต้องหาทางป้องกันผลกระทบจากภาวะประชากรสูงวัยมีจำนวนมากกว่าวัยหนุ่มสาว เช่นเดียวกับประเทศในยุโรปบางประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กและไม่มีบุคลากรมากพอสำหรับทำการเกษตรด้วยมือ :grin:
ที่มา cyberbiz : manager
ไม่มีหมวดหมู่

รูปภาพธัญพืชไม่ขัดสี
เอ๋:?: ใครทราบบ้างว่า การกินเมล็ดพืชไม่ขัดก็มีประโยชน์ วันนี้มีเรื่องนี้มาบอกกันครับ :smile:
ตัวเมล็ดพืชประกอบด้วยหลักใหญ่ 3 ส่วน คือ รำ จมูก และโภชนาสาร แต่เมล็ดพืชที่ขัดขาวจะกำจัดตัวที่เป็นรำข้าวและจมูกออกไป ซึ่งทำให้เส้นใยและคุณค่าทางอาหารหมดไป
เมล็ดพืชที่ขัดขาวไม่สามารถช่วยปกป้องหัวใจได้เลย นอกจากนี้เมล็ดพืชไม่ขัดขาวจะช่วยลดโคเลสเตอรอล และเพิ่มวิตามินให้ได้หลายชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยหัวใจ ตัวอย่างของเมล็ดพืชไม่ขัดขาว คือ เมล็ดข้าวสาลีไม่ฟอก ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวนก ข้าวบาร์เลย์ ข้าวป่า ข้าวไรย์ ข้าวโพด บัควีท
ผลงานวิจัยจากอเมริกา ระบุว่า คนที่กินคนที่กินเมล็ดพืชไม่ขัดสองมื้อครึ่ง จะมีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ เพียง 1 ใน 5 ของคนที่ไม่กิน ทั้งนี้วิเคราะห์จากคน 149,000 คน แต่ก็พบด้วยว่ามีน้อยคนที่ใส่ใจกับการกินอาหารที่ไม่ขัด นักวิจัยจากอเมริกาต่างพากันลงความเห็นว่า ต้องเพิ่มความพยายามให้ผู้ป่วยกินอาหารประเภทนี้ เพราะคนที่กินข้าวไม่ขัดขาววันละ 2.5 มื้อจะลดความเสี่ยงต่อการป่วยเกี่ยวกับโรคหัวใจ 21%
เคล็ดลับในการกินเมล็ดพืชไม่ขัด
ตามคำแนะนำของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าจะต้องกินเมล็ดพืชไม่ขัด ให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอาหารที่กินในแต่ละวัน ดังนั้นมื้อต่อไปแทนที่จะกินขนมปังขาว ก็ให้กินขนมปังที่ทำจากแป้งที่ไม่ฟอก และกินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวป่าแทนข้าวขัดขาว
ถ้ายังกินไม่ได้ล้วน ๆ ก็ค่อย ๆ ผสมในข้าวเดิม ๆ ที่กิน แล้วเพิ่มปริมาณ นอกจากนั้นก็อาจเติมเมล็ดพืชไม่ขัดขาว เช่น ข้าวป่า ข้าวโพด ข้าวกล้อง ฯลฯ ลงในแกงจืด หรือปรุงในอาหารบางอย่างก็ได้
รู้ถึงคุณประโยชน์แล้วก็ควรหันมารับประทานเมล็ดพืชหรือข้าวไม่ขัดสีกันเถอะครับ :smile:
ไม่มีหมวดหมู่
เม้นท์ล่าสุด